วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สมาธิทุกขั้นตอนใช้เป็นบาทฐาน ในการเข้าวิมุตติได้ทั้งหมด

ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เรากล่าวความสิ้นอาสวะ
เพราะอาศัยปฐมฌานบ้าง;
เพราะอาศัยทุติยฌานบ้าง;
เพราะอาศัยตติยฌานบ้าง;
เพราะอาศัยจตุตถฌานบ้าง;
เพราะอาศัยอากาสานัญจายตนะบ้าง;
เพราะอาศัยวิญญาณัญจาตยนะบ้าง;
เพราะอาศัยอากิญจัญญายตนะบ้าง;
เพราะอาศัยเนวสัญญานาสัญญายตนะบ้าง;
เพราะอาศัยสัญญาเวทยิตนิโรธบ้าง.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! คำที่เรากล่าวแล้วว่า “ภิกษุ ทั้งหลาย. !
เรากล่าวความสิ้นอาสวะ เพราะอาศัยปฐมฌานบ้าง” ดังนี้นั้น
เราอาศัยอะไรกล่าวเล่า ? ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ในกรณีนี้ ภิกษุ
สงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าถึงปฐมฌานอันมี
วิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดจากวิเวก แล้วแลอยู่.
ในปฐมฌานนั้นมีธรรมคือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ; เธอนั้นตามเห็นซึ่งธรรมเหล่านั้น โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร
เป็นความยากลำบาก เป็นอาพาธ เป็นดังผู้อื่น เป็นของ
แตกสลาย เป็นของว่าง เป็นของไม่ใช่ตน. เธอดำรงจิต
ด้วยธรรมเหล่านั้น แล้วจึงน้อมจิตไปสู่อมตธาตุด้วยการ
กำหนดว่า “นั่นสงบระงับ นั่นประณีต : นั่นคือธรรมชาติ
เป็นที่สงบระงับแห่งสังขารทั้งปวง เป็นที่สลัดคืนซึ่งอุปธิ
ทั้งปวง เป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เป็นความจางคลาย เป็น
ความดับ เป็นนิพพาน” ดังนี้. เธอดำรงอยู่ในวิปัสสนาญาณ
มีปฐมฌานเป็นบาทนั้น ย่อมถึง ความสิ้นไปแห่งอาสวะ;
ถ้าไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ ก็เป็น โอปปาติกะ อนาคามี
ผู้ปรินิพพานในภพนั้น มีการไม่เวียนกลับจากโลกนั้นเป็นธรรมดา เพราะความสิ้นไปแห่งสังโยชน์มีในเบื้องต่ำ
ห้าประการและเพราะอำนาจแห่ง ธัมมราคะ ธัมมนันทิ
นั้น ๆ นั่นเอง.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เปรียบเหมือนนายขมังธนูหรือลูกมือ
ของเขา ประกอบการฝึกอยู่กะรูปหุ่นคนที่ทำด้วยหญ้าบ้าง
กะรูปหุ่นดินบ้าง; สมัยต่อมา เขาก็เป็นนายขมังธนูผู้ยิงไกล
ยิงเร็ว ทำลายหมู่พลอันใหญ่ได้. ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ฉันใดก็ฉันนั้น
ที่ภิกษุสงัดจากกามสงัดจากอกุศลธรรม เข้าถึงปฐมฌาน
อันมีวิตกวิจารมีปีติและสุขอันเกิดจากวิเวก แล้วแลอยู่ ดังนี้.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ข้อที่เรากล่าวแล้วว่า “ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เรากล่าวความ
สิ้นอาสวะ เพราะอาศัยปฐมฌานบ้าง” ดังนี้นั้น เราอาศัย
ความข้อนี้กล่าวแล้ว.
(ในกรณีแห่งการสิ้นอาสวะ เพราะอาศัย ทุติยฌาน บ้าง
เพราะอาศัย ตติยฌาน บ้าง เพราะอาศัย จตุตถฌาน บ้าง ก็มี
คำอธิบายที่ตรัสไว้โดยทำนองเดียวกันกับในกรณีแห่งปฐมฌาน
ข้างบนนี้ทุกตัวอักษรทั้งในส่วนอุปไมยและส่วนอุปมา ผิดกันแต่
ชื่อแห่งฌานเท่านั้น)
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! คำที่เรากล่าวแล้วว่า “ภิกษุ ทั้งหลาย. !
เรากล่าวความสิ้นอาสวะ เพราะอาศัย อากาสานัญจายตนะ
บ้าง” ดังนี้นั้น เราอาศัยอะไรกล่าวเล่า ? ภิกษุ ทั้งหลาย. ! กรณีนี้
ภิกษุ เพราะก้าวล่วง รูปสัญญาเสียได้โดยประการทั้งปวง
เพราะความดับไป แห่งปฏิฆสัญญา เพราะการไม่ใส่ใจ
ซึ่งนานัตตสัญญา จึงเข้าถึง อากาสานัญจายตนะ อันมี
การทำในใจว่า “อากาศไม่มีที่สุด”ดังนี้ แล้วแลอยู่.
ในอากาสานัญจายตนะนั้น มีธรรมคือ เวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ (ที่กำลังทำหน้าที่อยู่) ๑; เธอนั้น ตามเห็น
ซึ่งธรรมเหล่านั้น โดยความเป็นของไม่เที่ยง โดยความ
เป็นทุกข์ เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร เป็นความ
ยากลำบาก เป็นอาพาธ เป็นดังผู้อื่น เป็นของแตกสลาย
เป็นของว่าง เป็นของไม่ใช่ตน. เธอดำรงจิตด้วยธรรม
(คือขันธ์เพียงสี่) เหล่านั้น แล้วจึงน้อมจิตไปสู่อมตธาตุ
ด้วยการกำหนดว่า “นั่นสงบระงับ นั่นประณีต : นั่นคือ
ธรรมชาติเป็นที่สงบระงับแห่งสังขารทั้งปวง เป็นที่สลัดคืน
ซึ่งอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เป็นความจางคลาย
เป็นความดับ เป็นนิพพาน” ดังนี้. เธอดำรงอยู่ในวิปัสสนาญาณ
มีอากาสานัญจายตะเป็นบาทนั้น ย่อมถึง ความสิ้นไปแห่ง
อาสวะ; ถ้าไม่ถึงความสิ้นไปแห่งอาสวะ ก็เป็น โอปปาติกะ
อนาคามีผู้ปรินิพพานในภพนั้น มีการไม่เวียนกลับจากโลกนั้น
เป็นธรรมดา เพราะความสิ้นไปแห่งสังโยชน์ มีในเบื้องต่ำ
ห้าประการ และเพราะอำนาจแห่ง ธัมมราคะ ธัมมนันทิ
นั้น ๆ นั่นเอง.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เปรียบเหมือนนายขมังธนู หรือลูกมือ
ของเขา ประกอบการฝึกอยู่กะรูปหุ่นคนที่ทำด้วยหญ้าบ้าง
กะรูปหุ่นดินบ้าง; สมัยต่อมา เขาก็เป็นนายขมังธนูผู้ยิงไกล
ยิงเร็ว ทำลายหมู่พลอันใหญ่ได้.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ฉันใดก็ฉันนั้น ที่ภิกษุ เพราะก้าวล่วง
ซึ่งรูปสัญญาเสียได้โดยประการทั้งปวง เพราะความดับไป
แห่งปฏิฆสัญญา เพราะการไม่ทำไว้ในใจซึ่งนานัตตสัญญา
จึงเข้าถึงอากาสานัญจายตนะ อันมีการทำในใจว่า “อากาศไม่มีที่สุด” ดังนี้ แล้วแลอยู่. ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ข้อที่เรากล่าว
แล้วว่า “ภิกษุ ทั้งหลาย. ! เรากล่าวความสิ้นอาสวะ เพราะอาศัย
อากาสานัญจายตนะบ้าง” ดังนี้ นั้น เราอาศัยความข้อนี้
กล่าวแล้ว.
(ในกรณีแห่งการสิ้นอาสวะ เพราะอาศัยวิญญาณัญจายตนะ
บ้าง เพราะอาศัย อากิญจัญญายตนะบ้าง ก็มีคำอธิบายที่ตรัสไว้โดย
ทำนองเดียวกันกับในกรณีแห่งอากาสานัญจายตนะข้างบนนี้ทุกตัวอักษร
ทั้งในส่วนอุปไมยและส่วนอุปมา ผิดกันแต่ชื่อแห่งฌานเท่านั้น).
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ด้วยเหตุดังกล่าวมานี้แล เป็นอัน
กล่าวได้ว่าสัญญาสมาบัติมีประมาณเท่าใด อัญญาปฏิเวธ
(การแทงตลอดอรหัตตผล) ก็มีประมาณเท่านั้น.
ภิกษุ ทั้งหลาย. ! ส่วนว่า อายตนะอีก ๒ ประการ กล่าวคือ
เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ และ สัญญาเวทยิตนิโรธ
ซึ่งอาศัยสัญญาสมาบัติ เหล่านั้น นั้นเรากล่าวว่า เป็นสิ่งที่
ฌายีภิกษุผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติ ฉลาดในการออกจาก
สมาบัติ จะพึงเข้าสมาบัติ ออกจากสมาบัติ แล้วกล่าวว่า
เป็นอะไรได้เอง โดยชอบ ดังนี้.
นวก. อํ. ๒๓/๔๓๘-๔๔๔/๒๔๐.

_____________________________
๑. ผู้ศึกษาพึงสังเกตให้เห็นว่า ในพวก รูปฌาน มีขันธ์ครบห้าส่วน
ใน อากาสานัญจายตนะ ถึง อากิญจัญญายตนะนั้น มีขันธ์เพียงสี่
คือ ขาดรูปขันธ์ไป.

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอพระคุณที่ช่วยเปิดเผยธรรม สาธุๆ จะเดินตามลอยพระพุทธองค์อย่างมั่นคง สาธุๆ

    ตอบลบ