วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เพียรละอกุศลแข่งกับความตาย

ภิกษุทั้งหลาย มรณสติอันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว
ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นที่สุด.

ภิกษุทั้งหลาย ก็มรณสติอันบุคคลเจริญแล้วอย่างไร
กระทำให้มากแล้วอย่างไร
จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด.

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เมื่อกลางวันสิ้นไป กลางคืนเวียนมา
ย่อมพิจารณาดังนี้ว่า
ปัจจัยแห่งความตายของเรามีมากหนอ คือ
งูพึงกัดเราก็ได้
แมลงป่องพึงต่อยเราก็ได้
ตะขาบพึงกัดเราก็ได้
เพราะเหตุนั้นเราพึงทำกาลกิริยา
อันตรายนั้นพึงมีแก่เรา
เราพึงพลาดล้มลงก็ได้
อาหารที่เราบริโภคแล้วไม่ย่อยเสียก็ได้
ดีของเราพึงซ่านก็ได้
เสมหะของเราพึงกำเริบก็ได้
ลมมีพิษดังศาตราของเราพึงกำเริบก็ได้
มนุษย์ทั้งหลายพึงเบียดเบียนเราก็ได้
พวกอมนุษย์พึงเบียดเบียนเราก็ได้
เพราะเหตุนั้นเราพึงทำกาลกิริยา
อันตรายนั้นพึงมีแก่เรา.

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงพิจารณาดังนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้
ที่จะพึงเป็นอันตรายแก่เรา
ผู้ทำกาละในกลางคืน มีอยู่หรือหนอแล
ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้
ที่จะพึงเป็นอันตรายแก่เราผู้ทำกาละในกลางคืน มีอยู่
ภิกษุนั้น พึงกระทำความพอใจ
ความพยายาม ความอุตสาหะ ความเพียร
ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้ยิ่ง
เพื่อละธรรมอันเป็นบาปอกุศลเหล่านั้นเสีย

เปรียบเหมือนคนที่มีผ้าไฟไหม้ หรือศีรษะถูกไฟไหม้
พึงกระทำความพอใจ
ความพยายาม ความอุตสาหะ ความเพียร
ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้ยิ่ง
เพื่อดับไฟไหม้ผ้าหรือศีรษะนั้น ฉะนั้น.

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าแหละภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้ ที่จะเป็นอันตราย
แก่เราผู้ทำกาละในกลางคืนไม่มี
ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้มีปีติและปราโมทย์หมั่นศึกษา
ทั้งกลางวันและกลางคืนในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่.

(ในกรณีแห่งภิกษุผู้ผ่านกลางคืนมาถึงกลางวัน ก็มีข้อความที่
ตรัสไว้ให้ปฏิบัติอย่างเดียวกัน ผิดกันแต่เวลาเท่านั้น).

ภิกษุทั้งหลาย มรณสติอันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้
กระทำให้มากแล้วอย่างนี้
จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด.

-บาลี อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๓๓๑-๓๓๓/๑๗๑.

เพียรละอกุศลแข่งกับความตาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น