วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ผู้ให้โภชนะ ชื่อว่าให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาน

ภิกษุทั้งหลาย ! ผู้ให้โภชนะ
ชื่อว่าย่อมให้ฐานะ ๔ อย่างแก่ปฏิคาหก
๔ อย่างเป็นอย่างไร คือ
ให้อายุ ให้วรรณะ ให้สุขะ ให้พละ
ครั้นให้อายุแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งอายุอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้วรรณะแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้สุขแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้พละแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งพละอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์.
ภิกษุทั้งหลาย ! ผู้ให้โภชนะ
ชื่อว่าย่อมให้ฐานะ ๔ อย่างนี้แลแก่ปฏิคาหก.

(คาถาผนวกท้ายพระสูตร)
ผู้ใดย่อมให้โภชนะโดยเคารพ ตามกาลอันควร
แก่ท่านผู้สำรวม บริโภคโภชนะที่ผู้อื่นให้เป็นอยู่ ผู้นั้นชื่อว่าให้
ฐานะทั้ง ๔ อย่าง คือ อายุ วรรณะ สุขะ และพละ
ผู้มีปกติให้อายุ วรรณะ สุขะ พละ จะเกิดในที่ใดๆ
ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในที่นั้นๆ.
-บาลี จตุกฺก. อํ. ๒๑/๘๔/๕๙.


ภิกษุทั้งหลาย ! ผู้ให้โภชนะ ชื่อว่าให้ฐานะ ๕ อย่าง
แก่ปฏิคาหก ๕ อย่างเป็นอย่างไร คือ
ให้อายุ ให้วรรณะ ให้สุข ให้กำลัง ให้ปฏิภาณ
ครั้นให้อายุแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่ง อายุอัน เป็น ทิพย์ หรือ เป็น ของมนษุย์
ครั้น ให้วรรณะแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งวรรณะอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้สุขแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งสุขอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้กำลังแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งกำลังอันเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์
ครั้นให้ปฏิภาณแล้ว
ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งปฏิภาณอันเป็นเป็นทิพย์หรือเป็นของมนุษย์.
ภิกษุทั้งหลาย ! ผู้ให้โภชนะ
ชื่อว่าย่อมให้ฐานะ ๕ อย่างนี้แลแก่ปฏิคาหก.

(คาถาผนวกท้ายพระสูตร)
ผู้มีปัญญา ให้อายุย่อมได้อายุ ให้กำลังย่อมได้กำลัง
ให้วรรณะย่อมได้วรรณะ ให้ปฏิภาณย่อมได้ปฏิภาณ ให้สุข
ย่อมได้สุข ครั้นให้อายุ กำลัง วรรณะ สุข และปฏิภาณแล้ว
จะเกิดในที่ใดๆ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในที่นั้นๆ .
-บาลี ปญฺจก. อํ. ๒๒/๔๔/๓๗.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น