วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ทุกข์เกิดเพราะมีเหตุปัจจัย

อานนท์ !  คราวหนึ่งเราอยู่ที่ป่าไผ่ เป็นที่ให้เหยื่อแก่กระแตใกล้กรุงราชคฤห์นี่แหละ,
ครั้งนั้น เวลาเช้าเราครองจีวรถือบาตร เพื่อไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์
คิดขึ้นมาว่า ยังเช้าเกินไปสำหรับการบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์
ถ้าไฉน เราเข้าไปสู่อารามของปริพาชก ผู้เป็นเดียรถีย์เหล่าอื่นเถิด.
เราได้เข้าไปสู่อารามของปริพาชก ผู้เป็นเดียรถีย์เหล่าอื่น
กระทำสัมโมทนียกถาแก่กันและกัน นั่งลง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง.
อานนท์ !  ปริพาชกเหล่านั้น ได้กล่าวกะเราผู้นั่งแล้ว อย่างนี้ว่า
“ท่านโคตมะ !   มีสมณพราหมณ์บางพวก
ที่กล่าวสอนเรื่องกรรม ย่อมบัญญัติความทุกข์ว่า เป็นสิ่งที่ตนทำเอาด้วยตนเอง,
มีสมณพราหมณ์อีกบางพวก
ที่กล่าวสอนเรื่องกรรม ย่อมบัญญัติความทุกข์ ว่าเป็นสิ่งที่ผู้อื่นทำให้,
มีสมณพราหมณ์อีกบางพวก
ที่กล่าวสอนเรื่องกรรม ย่อมบัญญัติความทุกข์ว่า ไม่ใช่ทำเองหรือใครทำให้ ก็เกิดขึ้นได้. 
ในเรื่องนี้ ท่านโคตมะของพวกเรา
กล่าวสอนอยู่อย่างไร ? 
และพวกเรากล่าวอยู่อย่างไร ? 
จึงจะเป็นอันกล่าวตามคำที่ท่านโคตมะกล่าวแล้ว,
ไม่เป็นการกล่าวตู่ด้วยคำไม่จริง
แต่เป็นการกล่าวโดยถูกต้อง
และสหธรรมิกบางคนที่กล่าวตาม
จะไม่พลอยกลายเป็นผู้ควรถูกติเตียนไปด้วย ?”
ดังนี้.

อานนท์ !  เราได้กล่าวกะปริพาชกทั้งหลายเหล่านั้นว่า
ปริพาชกทั้งหลาย !   เรากล่าวว่า ทุกข์ อาศัยเหตุปัจจัย (ของมันเองเป็นลำดับๆ) เกิดขึ้น.
มันอาศัยเหตุปัจจัยอะไรเล่า ?
อาศัยปัจจัยคือ ผัสสะ.
ผู้กล่าวอย่างนี้แล  ชื่อว่ากล่าวตรงตามที่เรากล่าว.

-บาลี นิทาน. สํ. ๑๖/๔๑/๗๖.

พุทธวจน แก้กรรม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น