แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิบัติสมถะวิปัสสนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปฏิบัติสมถะวิปัสสนา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ธรรมย่อมไหลไปสู่ธรรม

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีศีล สมบูรณ์แล้วด้วยศีล
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอความไม่เดือดร้อนจงเกิดขึ้นแก่เราเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ความไม่เดือดร้อนเกิดขึ้น แก่บุคคลผู้มีศีล  
สมบูรณ์แล้วด้วยศีลนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ไม่มีความเดือดร้อน
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอความปราโมทย์จงเกิดขึ้นแก่เราเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ความปราโมทย์เกิดขึ้น
แก่บุคคลผู้ไม่มีความเดือดร้อนนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีความปราโมทย์
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอปีติจงเกิดขึ้นแก่เราเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ปีติเกิดขึ้น
แก่บุคคลผู้มีความปราโมทย์นี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ใจประกอบด้วยปีติ
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอกายของเราจงสงบเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่กายของบุคคลผู้มีใจประกอบด้วยปีติ  
สงบนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีกายสงบแล้ว
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงเสวยสุขเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีกายสงบแล้ว 
 เสวยสุขนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีสุข
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอจิตของเราจงตั้งมั่นเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่จิตของบุคคลผู้มีสุขแล้ว
ตั้งมั่นนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่น
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงรู้เห็นตามเป็นจริงเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว  
รู้เห็นตามเป็นจริงนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้รู้เห็นตามเป็นจริง
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงเบื่อหน่ายเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้รู้เห็นตามเป็นจริงแล้ว 
เบื่อหน่ายนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้เบื่อหน่าย
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงคลายกำหนัดเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลผู้เบื่อหน่ายแล้ว
คลายกำหนัดนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มีจิตคลายกำหนัดแล้ว
ไม่ต้องทำเจตนาว่า ขอเราจงทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติญาณทัสสนะเถิด
ภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลคลายกำหนัดแล้ว  
ทำให้แจ้งซึ่งวิมุตติญาณทัสสนะนี้ เป็นธรรมดา

ภิกษุทั้งหลาย
วิราคะ มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นผล
มีวิมุตติญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์

นิพพิทา มีวิราคะเป็นผล
มีวิราคะเป็นอานิสงส์

ยถาภูตญาณทัสสนะ มีนิพพิทาเป็นผล
มีนิพพิทาเป็นอานิสงส์

สมาธิ มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นผล
มียถาภูตญาณทัสสนะเป็นอานิสงส์

สุข มีสมาธิเป็นผล
มีสมาธิเป็นอานิสงส์

ปัสสัทธิ มีสุขเป็นผล
มีสุขเป็นอานิสงส์

ปีติ มีปัสสัทธิเป็นผล
มีปัสสัทธิเป็นอานิสงส์

ความปราโมทย์ มีปีติเป็นผล
มีปีติเป็นอานิสงส์

ความไม่เดือดร้อน มีความปราโมทย์เป็นผล
มีความปราโมทย์เป็นอานิสงส์

ศีลอันเป็นกุศล มีความไม่เดือดร้อนเป็นผล
มีความไม่เดือดร้อนเป็นอานิสงส์

ภิกษุทั้งหลาย ธรรมย่อมไหลไปสู่ธรรม
ธรรมย่อมยังธรรมให้บริบูรณ์
เพื่อการถึงฝั่ง (คือนิพพาน) จากที่มิใช่ฝั่ง (สังสารวัฏ)
ด้วยอาการอย่างนี้แล.

-บาลี เอกาทสก. อํ. ๒๔/๓๓๖/๒๐๙

ธรรมย่อมไหลไปสู่ธรรม

วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เพียรละอกุศลแข่งกับความตาย

ภิกษุทั้งหลาย มรณสติอันบุคคลเจริญแล้ว
กระทำให้มากแล้ว
ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นที่สุด.

ภิกษุทั้งหลาย ก็มรณสติอันบุคคลเจริญแล้วอย่างไร
กระทำให้มากแล้วอย่างไร
จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด.

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้
เมื่อกลางวันสิ้นไป กลางคืนเวียนมา
ย่อมพิจารณาดังนี้ว่า
ปัจจัยแห่งความตายของเรามีมากหนอ คือ
งูพึงกัดเราก็ได้
แมลงป่องพึงต่อยเราก็ได้
ตะขาบพึงกัดเราก็ได้
เพราะเหตุนั้นเราพึงทำกาลกิริยา
อันตรายนั้นพึงมีแก่เรา
เราพึงพลาดล้มลงก็ได้
อาหารที่เราบริโภคแล้วไม่ย่อยเสียก็ได้
ดีของเราพึงซ่านก็ได้
เสมหะของเราพึงกำเริบก็ได้
ลมมีพิษดังศาตราของเราพึงกำเริบก็ได้
มนุษย์ทั้งหลายพึงเบียดเบียนเราก็ได้
พวกอมนุษย์พึงเบียดเบียนเราก็ได้
เพราะเหตุนั้นเราพึงทำกาลกิริยา
อันตรายนั้นพึงมีแก่เรา.

ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงพิจารณาดังนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้
ที่จะพึงเป็นอันตรายแก่เรา
ผู้ทำกาละในกลางคืน มีอยู่หรือหนอแล
ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้
ที่จะพึงเป็นอันตรายแก่เราผู้ทำกาละในกลางคืน มีอยู่
ภิกษุนั้น พึงกระทำความพอใจ
ความพยายาม ความอุตสาหะ ความเพียร
ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้ยิ่ง
เพื่อละธรรมอันเป็นบาปอกุศลเหล่านั้นเสีย

เปรียบเหมือนคนที่มีผ้าไฟไหม้ หรือศีรษะถูกไฟไหม้
พึงกระทำความพอใจ
ความพยายาม ความอุตสาหะ ความเพียร
ความไม่ท้อถอย สติและสัมปชัญญะให้ยิ่ง
เพื่อดับไฟไหม้ผ้าหรือศีรษะนั้น ฉะนั้น.

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าแหละภิกษุพิจารณาอยู่รู้อย่างนี้ว่า
ธรรมอันเป็นบาปอกุศลอันเรายังละไม่ได้ ที่จะเป็นอันตราย
แก่เราผู้ทำกาละในกลางคืนไม่มี
ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้มีปีติและปราโมทย์หมั่นศึกษา
ทั้งกลางวันและกลางคืนในกุศลธรรมทั้งหลายอยู่.

(ในกรณีแห่งภิกษุผู้ผ่านกลางคืนมาถึงกลางวัน ก็มีข้อความที่
ตรัสไว้ให้ปฏิบัติอย่างเดียวกัน ผิดกันแต่เวลาเท่านั้น).

ภิกษุทั้งหลาย มรณสติอันภิกษุเจริญแล้วอย่างนี้
กระทำให้มากแล้วอย่างนี้
จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก
หยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่สุด.

-บาลี อฏฺฐก. อํ. ๒๓/๓๓๑-๓๓๓/๑๗๑.

เพียรละอกุศลแข่งกับความตาย

วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560

พึงพยายามเจริญสมถะและวิปัสสนา

สารีบุตร  ประการอื่นยังมีอีก  ภิกษุพึงพิจารณาดังนี้ว่า  
เราเจริญสมถะและวิปัสสนาแล้วหรือหนอ
  
สารีบุตร  ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่ รู้อย่างนี้ว่า
  
เรายังไม่ได้เจริญสมถะและวิปัสสนาเลย  
ภิกษุนั้นพึงพยายามเจริญสมถะและวิปัสสนา
  
สารีบุตร  แต่ถ้าภิกษุพิจารณาอยู่  รู้อย่างนี้ว่า
  
เราเจริญสมถะและวิปัสสนาแล้ว  
ภิกษุนั้นพึงอยู่ด้วยปีติและปราโมทย์
ตามที่ศึกษาในกุศลธรรมทั้งหลายเนืองๆ
ทั้งกลางวันและกลางคืนเถิด
 
-บาลี อุปริ. ม. ๑๔/๕๓๙/๘๕๐.

พึงพยายามเจริญสมถะและวิปัสสนา