แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรณะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สรณะ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2559

กลิ่นที่หอมทวนลม

อานนท์ !  สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือนิคมใดในโลกนี้
ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ
ถึงพระธรรมเป็นสรณะ
ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม
มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน
มีการบริจาคอันปล่อยอยู่เป็นประจำ
มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ
เป็นผู้ควรแก่การขอ
ยินดีในการให้และการแบ่งปัน

สมณพราหมณ์ทุกทิศย่อมกล่าวสรรเสริญ
คุณของเขาว่า
 สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือนิคมแห่งโน้น
ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ
ถึงพระธรรมเป็นสรณะ
ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม
มีใจปราศจากมลทินคือความตระหนี่ อยู่ครองเรือน
เป็นผู้ควรแก่การขอ
ยินดีในการให้และการแบ่งปัน

แม้เทวดาทั้งหลายก็กล่าวสรรเสริญ
คุณของเขาว่า
สตรีหรือบุรุษในบ้านหรือนิคมแห่งโน้น
ถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ
ถึงพระธรรมเป็นสรณะ
ถึงพระสงฆ์เป็นสรณะ
เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์
เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
เว้นขาดจากการพูดเท็จ
เว้นขาดจากการดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
เป็นคนมีศีล มีกัลยาณธรรม
มีใจปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ อยู่ครองเรือน
มีการบริจาคอันปล่อยอยู่เป็นประจำ
มีฝ่ามืออันชุ่ม ยินดีในการสละ
เป็นผู้ควรแก่การขอ ยินดีในการให้และการแบ่งปัน.

อานนท์ !  กลิ่นหอมนี้นั้นแล
ฟุ้งไปตามลมก็ได้ ฟุ้งไปทวนลมก็ได้
ฟุ้งไปทั้งตามลมและทวนลมก็ได้.


    (คาถาผนวกท้ายพระสูตร)

กลิ่นดอกไม้ฟุ้งทวนลมไปไม่ได้
กลิ่นจันทน์ กลิ่นกฤษณา หรือกลิ่นกระลำพัก
ก็ฟุ้งทวนลมไปไม่ได้
ส่วนกลิ่นสัปบุรุษ ฟุ้งทวนลมไปได้
เพราะสัปบุรุษ ฟุ้งไปทุกทิศ.

-บาลี เอก. อํ. ๒๐/๒๙๐/๕๑๙.


วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ให้พึ่งตน พึ่งธรรม

อานนท์ ! เราได้กล่าวเตือนไว้ก่อนแล้วมิใช่
หรือว่า
“ความเป็นต่าง ๆ
ความพลัดพราก
ความเป็นอย่างอื่น
จากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ย่อมมี;
อานนท์ !ข้อนั้น จักได้มาแต่ไหนเล่า :
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว
เป็นแล้ว
อันปัจจัยปรุงแล้ว
มีความชำรุดไปเป็นธรรมดา,
สิ่งนั้นอย่าชำรุดไปเลย ดังนี้;
ข้อนั้น ย่อมเป็นฐานะที่มีไม่ได้”.

อานนท์ ! เปรียบเหมือนเมื่อต้นไม้ใหญ่
มีแก่นเหลืออยู่
ส่วนใดเก่าคร่ำกว่าส่วนอื่น
ส่วนนั้นพึงย่อยยับไปก่อน,
ข้อนี้ ฉันใด;
อานนท์ ! เมื่อภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่
มีธรรมเป็นแก่นสารเหลืออยู่,
สารีบุตรปรินิพพานไปแล้ว
ฉันนั้นเหมือนกัน.
อานนท์ ! ข้อนั้น จักได้มาแต่ไหนเล่า :
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว
เป็นแล้ว
อันปัจจัยปรุงแล้ว
มีความชำรุดไปเป็นธรรมดา
สิ่งนั้นอย่าชำรุดไปเลย ดังนี้;
ข้อนั้น ย่อมเป็นฐานะที่มีไม่ได้.

อานนท์ ! เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้
พวกเธอทั้งหลาย จงมีตนเป็นประทีป
มีตนเป็นสรณะ ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;
จงมีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ.
อานนท์ ! ภิกษุ มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ,
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะนั้น
เป็นอย่างไรเล่า ?

อานนท์ ! ภิกษุในธรรมวินัยนี้
พิจารณาเห็นกายในกายเนือง ๆ อยู่,
พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลายเนือง ๆ อยู่,
พิจารณาเห็นจิตในจิตเนือง ๆ อยู่,
พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลายเนือง ๆ อยู่;
มีความเพียรเผากิเลส มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม
มีสติ พึงกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้.

อานนท์ ! ภิกษุอย่างนี้แล ชื่อว่า
มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ;
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่.
อานนท์ ! ในกาลบัดนี้ก็ดี 
ในกาลล่วงไปแห่งเราก็ดี 
ใครก็ตามจักต้องมีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ 
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ; 
มีธรรมเป็นประทีป  มีธรรมเป็นสรณะ 
ไม่เอาสิ่งอื่นเป็นสรณะ เป็นอยู่.
อานนท์ ! ภิกษุพวกใด เป็นผู้ใคร่ในสิกขา,
ภิกษุพวกนั้น จักเป็นผู้อยู่ในสถานะอันเลิศที่สุด.
มหาวาร .สํ. ๑๙/๒๑๖/๗๓๖.
_____________________________
ตรัสแก่ท่านพระอานนท์ ผู้เศร้าสลดในข่าวการปรินิพพานของท่านพระสารีบุตร
ซึ่งจุนทสามเณรนำมาบอกเล่า ที่พระอารามเชตวันใกล้นครสาวัตถี.

พุทธวจน ก้าวย่างอย่างพุทธะ

พุทธวจน ก้าวย่างอย่างพุทธะ